in

9 ไอเดียในการจัดเก็บ เครื่องมือช่าง

ไม่มีสูตรสำเร็จหรอกครับที่จะใช้ในการจัดการและจัดเก็บ เครื่องมือช่าง เพราะไม่ว่าผมหรือคุณหรือคนอื่นๆ เราก็ต่างมีงานที่ทำพื้นที่ทำงาน และความต้องการที่แตกต่างกัน และไม่ว่าคุณจะเป็นช่างไม้ ช่างรีโนเวต หรือแค่คนที่ใช้เวลาว่างสุดสัปดาห์ทำงาน DIY แน่นอนว่าเราต่างต้องการพื้นที่เล็กๆ ในการจัดเก็บเครื่องมือหรือไม่ก็พื้นที่กว้างๆ ให้วางเครื่องมือไฟฟ้าใหญ่ๆได้ ไม่ว่าพื้นที่จัดเก็บที่คุณต้องการเป็นแบบไหน ในบทความนี้จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้คุณในการจัดการเครื่องมือช่างและทำที่จัดเก็บของคุณขึ้นมาเอง

9 เคล็ดลับให้คุณใช้งาน เครื่องมือช่าง อย่างปลอดภัย

1

แบ่งโซน เครื่องมือช่าง

เป็นเรื่องง่ายๆที่ทำได้ไม่ยาก อย่างแรกที่คุณควรทำในการจัดการ เครื่องมือช่าง เลยก็คือ การมองไปที่เครื่องมือช่างทุกชิ้นที่คุณมีอยู่ เพื่อที่จะได้นึกออกว่าคุณจะแบ่งหมวดหมู่ของเครื่องมือช่างนั้นออกเป็นอย่างไร คุณอาจจะแบ่งเป็น เครื่องมือไฟฟ้า เครื่องมือช่างทั่วไป รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ มันก็จะขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณแล้ว และหลังจากที่แบ่งเครื่องมือช่างเรียบร้อยแล้ว ให้คุณแบ่งโซนเพื่อแยกเครื่องมือช่างแต่ละหมวดหมู่ออกจากกัน

เครื่องมือช่าง

ผมจะลองยกตัวอย่างเพื่อให้คุณเห็นภาพคร่าวๆล่ะกัน ตู้เก็บอุปกรณ์ของโต๊ะเลื่อย ในขั้นตอนออกแบบแผนผังของเวิร์คชอป ตู้นี้จะต้องอยู่ใกล้กับโต๊ะเลื่อยและตำแหน่งบนแผนผังจะต้องไม่ถูกขั้นด้วยทางที่คนเดินผ่านไปผ่านมา (หากมีการใช้งานมากกว่าหนึ่งคน) เพื่อให้หยิบจับสิ่งของต่างๆได้สะดวก ซึ่งในการใช้งานจริง เราไม่ได้ใช้แค่โต๊ะเลื่อยเท่านั้น มันยังมีเครื่องมือช่างอีกหลายชิ้นและรายละเอียดการใช้งานมากมายที่ต้องคำนึงถึง การออกแบบเวิร์คช็อปบางทีดูเหมือนเป็นเรื่องยากที่ต้องใช้เวลา แต่นั้นก็เพื่อให้ได้เวิร์คช็อปที่ใช้งานจริงได้และทำงานได้อย่างสะดวกสบายนั่นเอง

2

เก็บ เครื่องมือช่าง ด้วย Pegboard

ห่ากคุณนึกไม่ออกว่า Pegboard หน้าตามันเป็นอย่างไร ให้ลองนึกภาพแผ่นเหล็กเจาะรูที่แขวนสินค้าตามห้าง นั่นแหละใช่เลย! เป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่งในการเก็บ เครื่องมือช่าง ก็คือการเก็บไว้ในตู้ครับ ผมแนะนำว่าตู้นั้นควรเป็นตู้ที่ทำขึ้นมาเองเพื่อที่จะได้พอดีกับจำนวนของ เครื่องมือช่าง ที่คุณมีและพอดีกับขนาดของพื้นที่กำแพง ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างกำแพงให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้คุณยังสามารถติด Pegboard ลงไปทั้งที่ด้านในและประตูของตู้ที่คุณทำ เพื่อเพิ่มพื้นที่แขวน-จัดเก็บเครื่องมือได้มากขึ้นได้อีกด้วย

3

ติดกล่องหรือตะกร้าเข้าไปกับกำแพง

คนจำนวนไม่น้อยชอบการเก็บเครื่องมือช่างแบบเปิดโล่งในกล่อง/ตะกร้าพลาสติกใสมากกว่าการเก็บไว้ในตู้ ก็เพราะ มันหยิบง่ายๆยังไงล่ะ หากคุณมีผนังด้านที่ไม่ได้ใช้อยู่ คุณสามารถติดแผ่น Slatwall (แผ่นเซาะร่องที่ใช้แขนสิ่งของ) เข้ากับผนังและใช้ตะขอในการแขวนเครื่องมือหรือกล่องพลาสติกไว้ โดยที่กล่องพลาสติกนั้นควรมีความใสเพื่อให้เห็นเครื่องมือช่างข้างในได้ง่ายๆ การเก็บเครื่องมือช่าง วิธีนี้ นอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่แล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ เครื่องมือช่าง ร่วงหล่นเมื่อเทียบกับการวางเครื่องมือช่างเปล่าๆ ไว้บนชั้นวางแต่ก็มีข้อควรระวังคือเรื่องของน้ำหนักของเครื่องมือช่างและความแข็งแรงของพลาสติกที่ใช้ทำกล่อง ดังนั้นเครื่องมือช่างที่มีน้ำหนักมากๆ อย่างเครื่องมือไฟฟ้าอาจไม่เหมาะกับการเก็บวิธีนี้เท่าไหร่

4

แขวนเครื่องมือเบาๆ ไว้กับราวแขวนหรือตะขอ

หลังจาก 2 ข้อที่ผ่านมา คุณคงเห็นแล้วว่า การเก็บเครื่องมือช่างไว้บนผนังนั้นดีอย่างไร ข้อนี้ก็เช่นกัน การเก็บเครื่องมือช่างไว้ในกล่อง ในตู้ หรือในลิ้นชักนั้น หากคุณไม่ค่อยได้ใช้หรือเผลอไปวางผิดที่ คุณอาจลืมได้ว่าคุณมีเครื่องมือช่างนั้นๆอยู่ ซึ่งอาจส่งผลเสียให้เครื่องมือช่างขาดการดูแลและบำรุงรักษา ดังนั้นการแขวนเครื่องมือไว้บนผนังให้เห็นชัดๆ เครื่องมือช่างก็จะคอยทำหน้าที่ย้ำเตือนคุณไม่ให้ลืมใส่ใจมันครับ

มีหลายวิธีการในการแขวนเครื่องมือช่างไว้กับกำแพง อย่างการใช้ Pedboard และ Slatwall ที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ แต่คุณยังสามารถใช้ราวแขวนกับตะขอในการแขวนเครื่องมือได้ หากเป็นเครื่องมือช่างขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา คุณอาจไม่ต้องใช้แบบเจาะลงไปบนผนัง แต่อาจใช้เป็นแบบแม่เหล็กแทน

5

เก็บ เครื่องมือช่าง ที่ใช้บ่อยๆ ไว้บนโต๊ะทำงานเคลื่อนที่

หลายคนมีปัญหาในการจัดการและเก็บเครื่องมือช่างที่ใช้ระหว่างที่กำลังทำงานอยู่ ยกตัวอย่าง คุณกำลังปรีบปรุงบ้านอยู่ คุณนำเครื่องมือช่างออกมาจากเวิร์คช็อป ใช้เสร็จจะเก็บเครื่องมือเข้าที่ก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวก็ต้องใช้ เลยต้องวางระเกะระกะไว้อย่างนั้น ผมว่าคงจะดีกว่านะถ้าคุณมีโต๊ะทำงานช่างที่เคลื่อนที่ได้

ถ้าหากคุณเป็นสาย DIY อยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องหาซื้อโต๊ะหรอกครับ แต่อาจจะลองทำโต๊ะทำงานช่างเคลื่อนที่ด้วยตัวคุณเองดู เพื่อให้ตอบกับโจทย์ของคุณมากที่สุด หลักๆ สิ่งที่โต๊ะควรมีก็ได่แก่ พื้นที่สำหรับแขวนเครื่องมือทั่วไป พื้นที่้สำหรับจัดเก็บเครื่องมือที่มีขนาดใหญ่ อย่างเช่น ปั๊มลม และสร้างให้มีช่องเก็บของมากเท่าที่เป็นไปได้เพื่อให้พื้นที่บนโต๊ะนั้นโล่งพร้อมสำหรับทำงาน

6

ใช้พื้นที่โล่งด้านข้างของตู้เก็บ เครื่องมือช่าง

ด้านข้างของตู้เก็บเครื่องมือช่างหรือโต๊ะทำงานช่างคือพื้นที่ที่เหมาะมากในการติดชั้นวางหรือราวแขวนลงไป คุณจะได้หยิบเครื่องมือช่างที่ใช้บ่อยๆ ได้สะดวกอย่าง สว่านไร้สาย ไขควงกระแทก แต่ว่าก่อนที่คุณจะออกไปข้างนอกเพื่อไปซื้อราวแขวนหรือไม้เพื่อมาทำชั้นวางนี้ ลองดูก่อนว่าคุณมีเศษไม้เหลือจากการงานก่อนหน้าอยู่หรือไม่?

7

เก็บเครื่องมือไว้ในกล่องและแปะป้ายกำกับไว้

เครื่องมือช่าง บางประเภทนั้นไม่สามารถแขวนไว้บน Pegboard หรือบนผนังที่คุณได้จัดเตรียมไว้ได้ หากเครื่องมือช่างที่คุณซื้อมานั้นเป็นเครื่องเปล่าไม่มีกล่องมาให้ คุณสามารถหากล่องพลาสติกใสเพื่อจัดเก็บเครื่องมือเหล่านี้ และวางไว้บนชั้นวางที่คุณทำแยกไว้ต่างหาก

เครื่องมือช่าง

ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่วิธีนี้จะมีประโยชน์โดยเฉพาะกับเครื่องมือช่างที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ เพราะจะช่วยป้องกันฝุ่นและความชื้นซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องมือเสียหาย และถึงแม้ว่ากล่องจะใสรู้ว่าอะไรอยู่ในนั้น ทางที่ดีควรติดป้ายไว้ด้วยครับ เผื่อคนอื่นในบ้านหยิบไปใช้ เขาจะได้รู้ว่าควรนำเครื่องมือกลับมาเก็บไว้ที่ไหนถึงจะถูกต้อง

8

เก็บสกรู น็อต และโบลต์ ไว้ในโหลแก้ว

เมื่อคุณใช้เครื่องมือในงานขันบ่อยๆ พอถึงจุดๆ คุณจะพบว่าคุณมีสกรูเก็บไว้เยอะมากๆ เพื่อให้สามารถหยิบสกรูเหล่านั้นมาใช้ได้สะดวก คุณควรแยกสกรูแต่ชนิด แต่ละขนาดออกจากกัน และเก็บในภาชนะใสอย่าง โหลแก้ว ขวดพลาสติก 

เครื่องมือช่าง

หลังจากที่คุณแยกสกรูแต่ละชนิดและขนาดแล้ว ให้นำไปใส่ในโหลแก้วใส แล้วนำไปวางในที่ที่หยิบจับง่ายๆ อาจเป็นชั้นวางที่ทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อไม่ชนกับของอื่น หรือคุณอาจติดตั้งฝาของโหลแก้วไว้ที่ใต้ของชั้นวาง แล้วให้ฝาทำหน้าที่แขวนโหลแก้วไว้ คุณก็จะสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งได้ด้านบนของชั้นวางของต่างๆ และใต้ชั้นแขวนโหลแก้วเก็บสกรู

9

ชั้นวางเครื่องมือไร้สาย แบตเตอรี่ และแท่นชาร์จ

เครื่องมือช่าง

ทุกวันนี้ หลายๆ เครื่องมือได้เปลี่ยนมาเป็นแบบไร้สายกันแทบหมดแล้ว และผมว่าคุณจะต้องมีอย่างน้อยๆ ไม่หนึ่งก็สองชิ้นอยู่บนชั้นวางของคุณแน่นอน คุณควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่า แบตเตอรี่ ของเครื่องมือไร้สายใกล้หมดหรือไม่ (แบตเตอรี่ลิเธียมไออนไม่ควรถูกปล่อยให้หมด เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง) ทางที่ดีหลังใช้งานหนักทุกครั้ง คุณควรถอดแบตเตอรี่ออกมาชาร์จเสมอ ทำเป็นชั้นวางเครื่องมือไร้สาย ชั้นวางแบบเตอรี่อยู่ข้างๆ กัน ใกล้ๆ กันมีก็ปล๊กให้เสียบ ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยนี้ก็จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่นมากกว่าเดิม

What do you think?

Comments

Comments

Loading…

0

Written by TiTlECNx

อย่าหยุดตอนที่คุณเหนื่อย..จะหยุดเมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว

STANLEY SSC22

ความแตกต่างระหว่าง รางเคเบิล และ รางเคเบิลแบบบันได

พัดลมไร้สาย

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือก พัดลมไร้สาย ในไซต์งาน