in

วิธีเก็บปากกาไวท์บอร์ดไม่ให้หมึกแห้งเร็ว ใช้ได้นาน เขียนลื่น ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย

ปากกาไวท์บอร์ดเป็นของที่หลายคนใช้กันจนชิน ไม่ว่าจะในห้องประชุม ห้องเรียน ออฟฟิศ ร้านค้า หรือที่บ้าน เวลาจะใช้ก็แค่หยิบขึ้นมาเขียน ดูเหมือนไม่มีอะไรต้องดูแลมาก แต่ปัญหาที่เจอบ่อยคือ ซื้อมาใหม่ ๆ ใช้ไปไม่กี่ครั้ง พอกลับมาใช้อีกทีหมึกกลับจาง เส้นขาด เขียนไม่ติด หรือหัวปากกาแห้งจนเหมือนหมึกหมด ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจยังมีหมึกอยู่ข้างใน

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากคุณภาพปากกาอย่างเดียวเสมอไป แต่มักเกี่ยวกับวิธีใช้และวิธีเก็บด้วย เพราะปากกาไวท์บอร์ดเป็นปากกาที่หมึกต้องแห้งไวเมื่อเขียนลงบนกระดาน เพื่อให้ลบออกได้ง่าย ถ้าเปิดฝาทิ้งไว้ ปิดฝาไม่สนิท เก็บในที่ร้อน หรือวางผิดวิธีนาน ๆ หัวปากกาก็แห้งได้เร็วกว่าที่คิด

หลายคนซื้อปากกาไวท์บอร์ดไว้ใช้ในออฟฟิศ ห้องเรียน ห้องประชุม หรือร้านค้า แต่ไม่ได้ใช้ทุกวัน พอหยิบมาเขียนอีกครั้งก็เจอว่าหมึกไม่ออก ต้องเขย่า ต้องกดหัว ต้องขีดซ้ำหลายรอบ สุดท้ายก็คิดว่าปากกาเสีย ทั้งที่บางครั้งถ้าเก็บให้ถูกตั้งแต่แรก อาจช่วยให้ปากกาใช้งานได้นานขึ้น และไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยเกินจำเป็น

ทำไมปากกาไวท์บอร์ดถึงแห้งเร็ว

สาเหตุหลักที่ทำให้ปากกาไวท์บอร์ดแห้งเร็วคืออากาศและความร้อน เพราะหมึกของปากกาไวท์บอร์ดถูกออกแบบมาให้แห้งไวอยู่แล้ว เมื่อเขียนลงบนกระดาน หมึกต้องแห้งพอดีเพื่อให้ตัวหนังสือไม่เลอะมือ แต่ยังลบออกได้ด้วยแปรงลบ แต่ถ้าเปิดฝาทิ้งไว้นาน ๆ หรือปิดฝาไม่สนิท หัวปากกาจะสัมผัสอากาศโดยตรง ทำให้ส่วนที่ช่วยให้หมึกไหลและเขียนได้ลื่นค่อย ๆ ระเหยออกไป หัวปากกาจึงแห้ง เขียนไม่ติด หรือเขียนแล้วสีจางลง

อีกสาเหตุหนึ่งคือการเก็บไว้ในที่ร้อน เช่น ในรถยนต์ ริมหน้าต่าง โต๊ะที่โดนแดด หรือใกล้แหล่งความร้อน ความร้อนทำให้หมึกเสื่อมเร็วขึ้น และอาจทำให้ปากกาเขียนไม่สม่ำเสมอ ถึงแม้ในแท่งจะยังมีหมึกเหลืออยู่ก็ตาม

บางครั้งปากกาไม่ได้แห้งเพราะหมึกหมด แต่เป็นเพราะหมึกมาไม่ถึงหัวปากกา หรือหัวปากกามีคราบหมึกแห้งอุดอยู่ พอเขียนจึงออกเป็นเส้นขาด ๆ ต้องขีดซ้ำหลายรอบกว่าจะเห็นชัด

ปิดฝาให้สนิททันทีหลังใช้ สำคัญที่สุด

วิธีง่ายที่สุดในการยืดอายุปากกาไวท์บอร์ดคือ ใช้เสร็จแล้วต้องปิดฝาทันที และต้องปิดให้สนิทจริง ๆ ไม่ใช่แค่ครอบฝาไว้หลวม ๆ เพราะถ้าฝาไม่แน่น อากาศยังเข้าไปโดนหัวปากกาได้อยู่

หลายคนใช้ปากกาไวท์บอร์ดระหว่างประชุมหรือสอนหนังสือ แล้ววางเปิดฝาไว้บนโต๊ะ เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หยิบมาเขียนต่อ แต่ถ้าทำแบบนี้บ่อย ๆ หัวปากกาจะเริ่มแห้งเร็วขึ้น โดยเฉพาะปากกาทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เปิดฝาทิ้งไว้ได้นาน

ปากกาไวท์บอร์ดบางรุ่นอาจมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น เปิดฝาทิ้งไว้ได้ช่วงหนึ่งโดยไม่แห้งง่าย หรือมีระบบที่ช่วยให้หมึกไม่แห้งเร็ว แต่ควรเข้าใจว่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะรุ่น ไม่ใช่ว่าปากกาไวท์บอร์ดทุกแท่งจะทำได้เหมือนกัน

ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ใช้เสร็จแล้วปิดฝาทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าเป็นปากกาที่ใช้ในห้องประชุม ห้องเรียน หรือออฟฟิศที่มีหลายคนใช้ร่วมกัน ควรฝึกให้ทุกคนปิดฝาหลังใช้จนเป็นนิสัย

เก็บปากกาไวท์บอร์ดแนวนอน เหมาะกับการเก็บประจำ

ถ้าไม่มีคำแนะนำเฉพาะจากผู้ผลิต วิธีเก็บปากกาไวท์บอร์ดที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปคือ เก็บในแนวนอน เพราะช่วยให้หมึกกระจายตัวอยู่ในแท่งได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ไหลไปรวมอยู่ด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป

ถ้าเก็บแบบตั้งหัวขึ้นนาน ๆ หมึกอาจไหลถอยออกจากปลายปากกา ทำให้ครั้งต่อไปที่หยิบมาเขียน หมึกออกช้า สีจาง หรือเส้นขาดได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเก็บแบบหัวลงตลอดเวลา บางรุ่นอาจมีหมึกไหลมารวมที่หัวมากเกินไป ทำให้เขียนแล้วหมึกเยิ้ม เส้นหนาเกิน หรือเลอะฝาได้

การวางแนวนอนจึงเป็นทางเลือกกลางที่เหมาะกับปากกาไวท์บอร์ดส่วนใหญ่ โดยเฉพาะปากกาที่ใช้ในสำนักงาน ห้องเรียน หรือห้องประชุมที่ไม่ได้ใช้งานตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นปากกาไวท์บอร์ดแบบหมึกเหลว แบบระบบกดน้ำหมึก หรือรุ่นเติมหมึกได้บางแบบ ควรดูคำแนะนำบนฉลากหรือรายละเอียดของรุ่นนั้นร่วมด้วย เพราะปากกาแต่ละระบบอาจมีวิธีเก็บที่ต่างกันเล็กน้อย

หัวปากกาชี้ลง ใช้เป็นวิธีแก้ชั่วคราว ไม่ใช่วิธีเก็บประจำ

หลายคนเคยได้ยินว่าถ้าปากกาไวท์บอร์ดเขียนไม่ติด ให้คว่ำหัวปากกาลงไว้ก่อน วิธีนี้ใช้ได้ในบางกรณี แต่ควรเข้าใจให้ถูกว่า เป็นวิธีช่วยให้หมึกไหลกลับมาที่หัวปากกาชั่วคราว ไม่ใช่วิธีเก็บปากกาเป็นประจำทุกวัน

ถ้าปากกาเริ่มเขียนจาง เส้นขาด หรือหมึกออกไม่เต็ม ทั้งที่ยังมีหมึกอยู่ในแท่ง อาจลองปิดฝาให้แน่น แล้ววางให้หัวปากกาชี้ลงช่วงหนึ่ง เพื่อช่วยให้หมึกไหลกลับมาที่ปลายปากกา จากนั้นค่อยลองเขียนใหม่บนกระดาษหรือมุมกระดานที่ไม่สำคัญ แต่เมื่อปากกากลับมาเขียนได้แล้ว ควรกลับไปเก็บในแนวนอนเหมือนเดิม เพราะการเก็บหัวลงนานเกินไปอาจทำให้บางรุ่นหมึกเยิ้ม หรือมีหมึกไปรวมที่หัวมากเกินความจำเป็น

สรุปง่าย ๆ คือ เก็บประจำให้วางแนวนอน ส่วนหัวลงให้ใช้เป็นวิธีแก้เฉพาะเวลาปากกาเริ่มแห้งหรือหมึกไม่ค่อยออกเท่านั้น

อย่าเก็บไว้ในรถหรือที่โดนแดด

อีกข้อที่หลายคนมองข้ามคือ ไม่ควรเก็บปากกาไวท์บอร์ดไว้ในรถยนต์หรือที่ร้อนจัด หลายคนพกปากกาไว้ในกระเป๋าอุปกรณ์ กล่องเอกสาร หรือรถ เผื่อใช้เวลาประชุม ออกไซต์งาน หรือเขียนบอร์ดหน้างาน แต่ถ้าทิ้งไว้ในรถนาน ๆ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ความร้อนสะสมอาจทำให้หมึกเสื่อมเร็วมาก

นอกจากในรถแล้ว ริมหน้าต่าง โต๊ะที่โดนแดดทั้งวัน หรือชั้นวางใกล้แหล่งความร้อนก็ไม่เหมาะกับการเก็บปากกาไวท์บอร์ด เพราะความร้อนทำให้หมึกแห้งไวขึ้น และอาจทำให้หัวปากกาเสื่อมเร็วกว่าปกติ

ควรเก็บปากกาไว้ในที่แห้ง อุณหภูมิปกติ ไม่โดนแดดโดยตรง ถ้าเป็นห้องเรียนหรือออฟฟิศ อาจมีกล่องหรือถาดเก็บปากกาไว้ใกล้กระดาน แต่ควรเลือกตำแหน่งที่ไม่โดนแดด และไม่อยู่ใกล้แอร์ร้อนหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนสะสม

อย่ากดหัวปากกาแรงเกินไป

เวลาปากกาเริ่มเขียนจาง หลายคนจะรีบกดหัวปากกาแรง ๆ หรือขีดซ้ำบนกระดานหลายรอบเพื่อให้หมึกออก วิธีนี้อาจช่วยให้เห็นตัวหนังสือชัดขึ้นชั่วคราว แต่ก็มีโอกาสทำให้หัวปากกาเสียเร็วขึ้น

หัวปากกาไวท์บอร์ดส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่คอยซับหมึกและปล่อยหมึกออกมาตอนเขียน ถ้ากดแรงเกินไป หัวปากกาอาจบาน เสียรูป หรือสึกเร็ว ทำให้เส้นไม่คม หมึกออกไม่สม่ำเสมอ และใช้งานได้ไม่นานเท่าที่ควร

ถ้าปากกาเริ่มเขียนจาง ควรลองปิดฝาให้สนิทแล้ววางพักก่อน หรือถ้าเป็นปากกาแบบเติมหมึกได้ ให้เช็กว่าหมึกใกล้หมดหรือยัง ดีกว่าฝืนกดหัวปากกาจนเสีย

แยกปากกาไวท์บอร์ดออกจากปากกาเคมี

อีกปัญหาที่เจอบ่อยในออฟฟิศ โรงเรียน หรือร้านค้าคือ การวางปากกาไวท์บอร์ดรวมกับปากกาเคมี พอรีบใช้งานก็หยิบผิด เอาปากกาเคมีไปเขียนบนไวท์บอร์ด ทำให้ลบยาก ทิ้งคราบ หรือทำให้ผิวกระดานสกปรกเร็วขึ้น

ถึงเรื่องนี้จะไม่ได้ทำให้ปากกาไวท์บอร์ดแห้งโดยตรง แต่ทำให้การใช้งานไวท์บอร์ดมีปัญหา และหลายครั้งทำให้คนเข้าใจผิดว่ากระดานเสียหรือปากกาไวท์บอร์ดลบไม่ออก ทั้งที่จริง ๆ แล้วใช้ปากกาผิดประเภท

วิธีแก้คือแยกที่เก็บให้ชัด ปากกาไวท์บอร์ดควรอยู่ใกล้กระดาน ส่วนปากกาเคมีควรเก็บแยกไว้ในกล่องอุปกรณ์อื่น และควรดูคำบนด้ามก่อนใช้ เช่น Whiteboard Marker, Board Marker หรือ Dry Erase Marker ถ้าเป็น Permanent Marker หรือปากกาเคมี ไม่ควรใช้กับไวท์บอร์ดที่ต้องการลบออกง่าย

ใช้ปากกาให้หมุนเวียน อย่าซื้อมาเก็บนานเกินไป

ถ้าเป็นออฟฟิศ โรงเรียน หรือร้านค้าที่ซื้อปากกาไวท์บอร์ดทีละหลายกล่อง ควรจัดเก็บให้หยิบใช้ตามลำดับก่อนหลัง อย่าซื้อมาแล้ววางปนกันจนไม่รู้ว่ากล่องไหนเก่ากว่ากล่องไหน เพราะปากกาไวท์บอร์ดก็มีโอกาสเสื่อมตามเวลาได้ แม้ยังไม่ได้เปิดใช้

วิธีง่าย ๆ คือเขียนวันที่ซื้อไว้บนกล่อง หรือจัดเรียงให้ใช้ล็อตเก่าก่อนล็อตใหม่ โดยเฉพาะสีที่ใช้ไม่บ่อย เช่น สีเขียว สีแดง หรือสีพิเศษ เพราะบางทีสีดำกับน้ำเงินหมดเร็ว แต่สีอื่นถูกเก็บไว้นาน พอหยิบมาใช้อีกทีกลับเขียนจางหรือหมึกไม่ค่อยออกแล้ว

การซื้อจำนวนมากอาจคุ้มเรื่องราคา แต่ถ้าใช้ไม่ทันจนปากกาแห้ง ก็อาจไม่คุ้มอย่างที่คิด สำหรับบ้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ ควรซื้อในจำนวนที่พอดีกับการใช้งานจริง มากกว่าเก็บเผื่อไว้เยอะเกินไป

กระดานและแปรงลบก็มีผลกับการใช้งาน

ปากกาไวท์บอร์ดจะเขียนดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปากกาอย่างเดียว กระดานไวท์บอร์ดที่มีคราบสะสม ผิวเริ่มเสื่อม หรือแปรงลบที่สกปรกมาก ๆ ก็ทำให้การเขียนและลบแย่ลงได้เหมือนกัน

ถ้ากระดานมีคราบหมึกเก่าเกาะอยู่มาก เวลาเขียนลงไปอาจรู้สึกฝืด หัวปากกาเปื้อนคราบเดิม หรือเขียนแล้วเส้นไม่สะอาด แปรงลบที่มีฝุ่นหมึกสะสมเยอะก็อาจทำให้คราบกระจายไปทั่วกระดานแทนที่จะลบออก

ควรทำความสะอาดกระดานเป็นระยะ และเคาะหรือทำความสะอาดแปรงลบบ้าง โดยเฉพาะห้องที่ใช้ไวท์บอร์ดทุกวัน ถ้ากระดานสะอาด ปากกาก็เขียนลื่นขึ้น ลบง่ายขึ้น และหัวปากกาไม่ต้องเจอกับคราบสกปรกมากเกินไป

ถ้าปากกาเริ่มแห้ง ยังพอแก้ได้ไหม

ถ้าปากกาไวท์บอร์ดเริ่มเขียนจางหรือเส้นขาด อย่าเพิ่งทิ้งทันที ลองเช็กก่อนว่าฝาปิดสนิทไหม เคยเปิดฝาทิ้งไว้นานหรือเปล่า และปากกายังมีหมึกเหลืออยู่ไหม

วิธีที่ลองได้แบบไม่เสี่ยงมากคือ ปิดฝาให้แน่น แล้ววางให้หัวปากกาชี้ลงชั่วคราว เพื่อให้หมึกไหลกลับมาที่หัว จากนั้นค่อยลองเขียนใหม่ ถ้าเขียนดีขึ้น แปลว่ายังพอใช้งานต่อได้ แต่หลังจากนั้นควรกลับไปเก็บแบบแนวนอนตามเดิม

ไม่แนะนำให้แช่หัวปากกาในน้ำ แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาต่าง ๆ แบบสุ่ม เพราะปากกาไวท์บอร์ดแต่ละรุ่นใช้หมึกคนละสูตร การใช้น้ำยาที่ไม่เหมาะอาจทำให้หัวปากกาเสีย หมึกเพี้ยน หรือเขียนแล้วลบออกจากกระดานยากกว่าเดิม

ถ้าเป็นรุ่นเติมหมึกได้ ควรใช้หมึกเติมที่ตรงรุ่นหรือเหมาะกับปากกานั้น ไม่ควรเติมหมึกผิดประเภท เพราะอาจทำให้หัวตัน เขียนไม่ลื่น หรือทำให้หมึกติดกระดานมากกว่าปกติ

เลือกปากกาไวท์บอร์ดให้เหมาะตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดปัญหาแห้งเร็วได้

นอกจากวิธีเก็บแล้ว การเลือกปากกาไวท์บอร์ดตั้งแต่แรกก็มีผลเหมือนกัน ถ้าใช้งานบ่อยในห้องประชุม ห้องเรียน หรือออฟฟิศ ควรเลือกปากกาที่คุณภาพดี ฝาปิดแน่น หัวปากกาไม่ยุ่ยง่าย และเขียนได้สม่ำเสมอ

ถ้าเป็นคนไวต่อกลิ่น หรือใช้ในห้องแอร์ ห้องประชุมเล็ก ๆ หรือห้องเรียนที่อากาศถ่ายเทไม่มาก อาจเลือกแบบ Low Odor หรือกลิ่นไม่ฉุนร่วมด้วย จะช่วยให้ใช้งานสบายขึ้น

แบรนด์ที่พบได้บ่อย เช่น EXPO, STAEDTLER, Horse, Artline, uni, Pilot และ Pentel ต่างก็มีรุ่นให้เลือกหลายแบบ ทั้งหัวกลม หัวตัด แบบกลิ่นอ่อน แบบเติมหมึกได้ หรือแบบขายเป็นชุด สิ่งสำคัญคือควรดูรายละเอียดเป็นรุ่น ๆ ไป ไม่ใช่ดูแค่ชื่อแบรนด์ เพราะแต่ละรุ่นออกแบบมาไม่เหมือนกัน

ถ้าใช้งานทั่วไปในบ้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ อาจเลือกสีพื้นฐานอย่างดำ น้ำเงิน แดง และเขียวก็พอ แต่ถ้าใช้ในห้องเรียนหรือสำนักงานที่เขียนทุกวัน การเลือกแบบเติมหมึกได้หรือซื้อเป็นกล่องอาจคุ้มกว่าในระยะยาว

วิธีเก็บปากกาไวท์บอร์ดไม่ให้หมึกแห้งเร็ว

ปากกาไวท์บอร์ดจะแห้งเร็วหรือใช้งานได้นาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้ออย่างเดียว แต่วิธีใช้และวิธีเก็บมีผลมาก ใช้เสร็จควรปิดฝาให้สนิททันที เก็บในแนวนอน ไม่วางตากแดด ไม่เก็บไว้ในรถหรือที่ร้อนจัด และไม่กดหัวปากกาแรงเกินไปเวลาเขียน

ถ้าปากกาเริ่มเขียนจางหรือหมึกออกไม่เต็ม สามารถลองวางหัวปากกาชี้ลงชั่วคราวเพื่อช่วยให้หมึกไหลกลับมาที่หัวได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นวิธีเก็บประจำ เมื่อกลับมาเขียนได้แล้วควรเก็บแนวนอนเหมือนเดิม นอกจากนี้ ควรแยกปากกาไวท์บอร์ดออกจากปากกาเคมี ทำความสะอาดกระดานและแปรงลบเป็นระยะ และซื้อปากกาในจำนวนที่เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่เก็บไว้นานจนเสื่อมก่อนใช้

ถ้าดูแลให้ดี ปากกาไวท์บอร์ดหนึ่งแท่งก็จะใช้งานได้คุ้มขึ้น เขียนลื่นขึ้น หมึกแห้งช้าลง และไม่ต้องเจอปัญหาหยิบมาใช้ทีไรก็เขียนไม่ติดทุกที

What do you think?

Comments

Comments

Loading…

0

Written by Simon Harper

THE TECHNOLOGY IS ONE

สว่านโรตารี่

ทำไม รูที่เจาะ ด้วย สว่านโรตารี่ ถึงใหญ่กว่าขนาดดอก?