เมื่อ ปั๊มลม มาส่งถึงหน้าบ้าน หรือหน้าร้าน แล้วกล่อง หรือแร็ป ยังไม่ทันแกะดี หลายคนก็เลือกที่จะลากเครื่องลงจากพาเลท เสียบปลั๊ก แล้วกดเปิดใช้ระบบปั๊มลม ภายในสิบนาทีแรกเลย ในวันนั้นปั๊มลม ก็อาจทำงานได้ปกติดีทุกอย่างไม่เสียงแปลก และงานที่รออยู่ก็เดินต่อได้ทันที ไม่มีอะไรทำให้รู้สึกว่าข้ามขั้นตอนไป
ปัญหาที่ตามมามักโผล่ หลังจากนั้นหลายเดือน และมาในรูปแบบ ที่ดูไม่เกี่ยวข้องกับวันแรกเลย เช่น ลมที่ออกมามีน้ำปนจนงานพ่นสีเสีย เครื่องสั่นปั๊มลมเดินไม่นิ่งจนต้องคอยขันน็อตฐานใหม่ ปั๊มลมตัดต่อถี่กว่าที่ควรทั้งที่ไม่ได้ใช้ลมหนัก หรือถังเริ่มมีคราบสนิมซึมออกมาตรงรอยเชื่อม ซึ่งหลายกรณีย้อนกลับไปหาขั้นตอน ตอนติดตั้งที่อาจละเลยไป
เพราะงั้น เราจะมาดูขั้นตอนต่าง ๆ ในการติดตั้งปั๊มลม ที่ใช้เวลารวมไม่เกินชั่วโมง ใช้เครื่องมือพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว และทำครั้งเดียวตอนติดตั้งเท่านั้น หลังจากนั้นเหลือแค่ การดูแลตามรอบปกติ
เลือกตำแหน่งตั้ง ปั๊มลม ก่อนลากของเข้าที่
ตำแหน่งที่ตั้งมีผลกับอายุเครื่องมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด เพราะปั๊มลมทำงานด้วยการดูดอากาศรอบ ๆ ตัวเข้าไปอัด อากาศที่ดูดเข้าไปสะอาดและแห้งแค่ไหน ลมที่ออกมาปลายทางก็เป็นแบบนั้น ถ้าตั้งไว้ในจุดที่ฝุ่นเยอะ หรือชื้นจัด ไส้กรองจะตันเร็ว และน้ำในระบบ อาจมีมากกว่าปกติตั้งแต่วันแรก
เลือกพื้นที่ที่แห้ง อากาศถ่ายเทได้ ไม่ใช่มุมอับหลังตู้ หรือในตู้ปิดที่ทำเพื่อเก็บเสียง เว้นระยะรอบเครื่องให้ลมระบายออกได้จริง และวางบนพื้นที่รับน้ำหนักไหว และเรียบพอที่ขาทั้งสี่จะแตะพื้นครบทุกจุด
ปั๊มลม ที่ตั้งบนพื้นไม่เรียบจะสั่นมากกว่าปกติตลอดเวลาที่ทำงาน ซึ่งทำให้ข้อต่อคลายตัวเร็วขึ้น และเป็นที่มาของรอยรั่วที่หาต้นตอไม่เจอในภายหลัง

ถ้าหน้างาน อยู่ไกลจากจุดจ่ายไฟ ให้ตั้งเครื่องไว้ใกล้ไฟ แล้วเดินสายลม ไปหางานแทน ดีกว่าลากสายไฟยาวไปหาเครื่อง เพราะแรงดันไฟ ที่ตกระหว่างทาง สร้างปัญหากับมอเตอร์มากกว่าแรงดันลมที่ตกในสายลมหลายเท่า
ตรวจระดับน้ำมันก่อนเสียบปลั๊ก
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอน ที่ข้ามบ่อยที่สุด และเสียหายได้เร็วเช่นกัน เพราะปั๊มลม แบบใช้น้ำมันหลายรุ่น อาจส่งมาโดยยังไม่ได้เติมน้ำมัน หรือเติมมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันสนิมระหว่างขนส่งการเปิดเครื่องโดยไม่ตรวจก่อน คือความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่นาทีแรกที่มอเตอร์หมุน
ดูที่ช่องกระจกด้านข้าง หรือก้านวัดตาม ที่คู่มือระบุ ระดับน้ำมันควรอยู่ในช่วงที่กำหนด ไม่ใช่เติมให้เต็มจนล้นเพราะคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งดี
น้ำมันที่มากเกินไปทำให้เกิดแรงดันภายในห้องข้อเหวี่ยงและซึมออกมาตามซีล ส่วนชนิดของน้ำมันให้ใช้ตามที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น อย่าใช้น้ำมันเครื่องรถยนต์แทน เพราะมีสารเติมแต่งคนละแบบ สำหรับปั๊มลม ออยล์ฟรีไม่มีขั้นตอนนี้ ข้ามไปขั้นถัดไปได้เลย
เดินเครื่อง ปั๊มลม รอบแรก โดยไม่มีโหลด
ก่อนต่อเครื่องมือใด ๆ เข้ากับระบบ ให้เปิดวาล์วระบายใต้ถังปั๊มลมทิ้งไว้ แล้วเดินเครื่องเปล่าตามระยะเวลา ที่คู่มือแนะนำ ขั้นตอนนี้ช่วยให้ชิ้นส่วนภายในได้ขัดสีเข้าที่กัน ในสภาพที่ไม่มีต้าน และกระจายน้ำมันไปทั่วชิ้นส่วน ที่ต้องการการหล่อลื่น ก่อนรับงานจริง
ระหว่างที่เดินเครื่องเปล่า ยืนฟังเสียง และสังเกตการสั่นไปด้วย
- เสียงควรสม่ำเสมอ เป็นจังหวะเดียวตลอด
- ไม่มีเสียงโลหะกระทบกันเป็นช่วง ๆ
- ตัวเครื่องไม่ควรขยับจากตำแหน่งเดิม
ถ้าได้ยินเสียงผิดปกติ หรือเห็นน้ำมันซึมตั้งแต่รอบแรก ให้หยุดแล้วติดต่อผู้ขาย เพราะเป็นช่วงที่เคลมได้ง่ายที่สุดและยังไม่มีร่องรอยการใช้งานที่อาจส่งผล ต่อประกัน
ให้ ปั๊มลม อัด จนตัดครั้งแรก แล้วจดค่าไว้
ปิดวาล์วระบาย แล้วปล่อยให้เครื่องอัดลม ไปจนถึงจุดที่เพรสเชอร์สวิตช์ ตัดการทำงานเอง จดค่าที่เครื่องตัดเอาไว้ในสมุด หรือถ่ายรูปเกจเก็บไว้ ค่านี้จะเป็นค่าอ้างอิงที่ใช้เทียบได้ในอนาคต ว่าเครื่องยังทำงานเหมือนเดิมหรือเริ่มเปลี่ยนไป
จากนั้นปล่อยเครื่องทิ้งไว้เฉย ๆ โดยไม่ใช้ลมเลยสักสิบถึงสิบห้านาที แล้วกลับมาดูเข็มเกจอีกครั้ง ถ้าเข็มยังอยู่ที่เดิมแสดงว่าระบบแน่นดี แต่ถ้าเข็มค่อย ๆ ตกลงทั้งที่ไม่มีใครแตะปั๊มลมเลย อาจแปลว่ามีรอยรั่วอยู่ในระบบ
รอยรั่ว เป็นเรื่องที่เจอได้เป็นปกติ ใน ปั๊มลม เครื่องใหม่ เพราะข้อต่อหลายจุด อาจขันมาแค่พอหลวมเพื่อความสะดวกในการขนส่ง

ไล่หารอยรั่ว ของ ปั๊มลม ด้วยน้ำสบู่
ผสมน้ำ กับน้ำยาล้างจาน หรือสบู่เล็กน้อย แล้วทาตามข้อต่อ วาล์ว และรอยเกลียวทุกจุดขณะที่ถังมีลมอยู่ จุดไหนมีลมรั่ว จะเห็นฟองผุดขึ้นมาชัดเจน วิธีนี้หาเจอได้ แม้รอยรั่วจะเล็กจนไม่มีเสียงให้ได้ยิน และแม่นกว่าการเอาหูฟังตามข้อต่อ
จุดที่พบรอยรั่วบ่อยที่สุด คือเกลียวที่ต่อเข้าเกจวัด ข้อต่อสวมเร็วที่ปลายสาย และรอบวาล์วระบายใต้ถัง วิธีแก้คือขันเพิ่มเท่าที่จำเป็น และพันเทปเกลียวใหม่ในจุดที่ยังรั่วอยู่ ข้อควรระวังคืออย่าขันจนสุดแรงเพราะข้อต่อทองเหลืองเกลียวปลิ้นได้ง่ายกว่าที่คิด และเมื่อปลิ้นแล้วต้องเปลี่ยนชิ้นใหม่อย่างเดียว
รอยรั่วเล็ก ๆ ที่ปล่อยไว้ไม่ได้ทำให้งานเสียทันที แต่ทำให้ปั๊มลม ต้องตัดต่อถี่ขึ้นตลอดวัน กินไฟเพิ่มขึ้น และทำให้มอเตอร์กับชุดอัดสึกเร็วกว่าที่ควร เมื่อคิดเป็นชั่วโมงทำงาน ที่หายไปตลอดปี ตัวเลขอาจสูงกว่าที่คนส่วนใหญ่ประเมินไว้มาก
ติดชุดกรองลมดักน้ำ และกำหนด รอบระบายน้ำ
ต่อชุดกรองลมดักน้ำ ไว้ระหว่างถังกับจุดใช้งาน ไม่ใช่ติดไว้ที่ปลายสายอย่างเดียว เพราะความชื้นควบแน่นเป็นน้ำตลอดแนวท่อ ไม่ได้เกิดเฉพาะที่ปลายทาง งานที่ต้องการลมสะอาดเป็นพิเศษอย่างงานพ่นสี ควรมีชุดกรองมากกว่าหนึ่งชั้นตามลำดับ
จากนั้นกำหนดรอบการถ่ายน้ำในถังปั๊มลม ตั้งแต่วันแรก เช่นถ้าใช้ทุกวัน ก็ถ่ายทุกวันหลังเลิกงาน ถ้าใช้สัปดาห์ละครั้ง ก็ถ่ายทุกครั้งหลังใช้เสร็จ วิธีที่ได้ผลจริง คือเขียนติดไว้ที่ตัวเครื่องเลย ว่าถ่ายน้ำเมื่อไหร่ เพราะเป็นงานที่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีแต่ลืมง่ายที่สุด และเป็นตัวตัดสิน ว่าถัง จะผุจากด้านในภายในไม่กี่ปี หรือจะอยู่ได้ตามอายุ ที่ควรเป็น
ตั้งแรงดันใช้งาน แล้วทดสอบ ปั๊มลม กับเครื่องมือจริง
ปรับเรกูเลเตอร์ ให้ตรงกับแรงดัน ที่เครื่องมือแต่ละตัวต้องการ ไม่ใช่ตั้งไว้สูงสุด แล้วปล่อยตามนั้นทั้งวัน แรงดันที่เกินความจำเป็นไม่ทำให้งานออกมาดีขึ้น แต่ทำให้เครื่องมือสึกเร็วขึ้น เปลืองลมมากขึ้น และในงานพ่นสี ยังทำให้ละอองสีฟุ้ง จนเปลืองสีโดยไม่จำเป็น
ปิดท้ายด้วยการทดสอบกับเครื่องมือ ที่กินลมหนัก ที่สุดในชุดสักรอบหนึ่ง ถ้าใช้ได้ต่อเนื่องโดย ที่แรงไม่ตกผิดปกติ แปลว่าระบบพร้อมใช้งานจริงแล้ว แต่ถ้าแรงตกเร็วตั้งแต่วันแรกทั้งที่ไล่รอยรั่วไปหมดแล้ว ให้กลับไปดูขนาดและความยาวของสายลมก่อนที่จะสรุปว่าเครื่องเล็กเกินไป
สายต่อ ปั๊มลม เล็กเกินไปคือสาเหตุ ที่พบบ่อย ได้มากกว่าเครื่องแรงไม่พอ

สรุป
ขั้นตอนเหล่านี้ทำครั้งเดียวในวันติดตั้งปั๊มลม ใช้เวลารวม ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง และเป็นชั่วโมง ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด ตลอดอายุการใช้งานของเครื่อง เพราะเป็นการตัดปัญหา ที่หาต้นตอยากออกไป ตั้งแต่ก่อนที่จะเกิด
ถ้าจะจำแค่สามข้อ ให้จำว่า
- ตรวจน้ำมันก่อนเสียบปลั๊กทุกครั้ง
- ไล่รอยรั่วด้วยน้ำสบู่ก่อนเริ่มใช้งานจริง
- กำหนดรอบถ่ายน้ำตั้งแต่วันแรก แล้วเขียนติดไว้ที่เครื่อง
หลักการเหล่านี้ ครอบคลุมสาเหตุของปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดใน บรรดา ปั๊มลม ที่ผ่านการใช้ไปแล้ว หนึ่งถึงสองปี

Comments