in

ถูพื้นแล้วเป็นคราบ เกิดจากอะไร? เลือกไม้ถูพื้นและน้ำยายังไงให้พื้นใส ไม่เหนียว ไม่ทิ้งรอยน้ำ

ถูพื้นเสร็จแล้วแทนที่พื้นจะสะอาดใส กลับกลายเป็นว่าพื้นมีคราบขาว ๆ เป็นรอยด่าง เดินแล้วรู้สึกเหนียวเท้า หรือมีรอยน้ำเป็นทาง ๆ ยิ่งพื้นกระเบื้องมันวาว พื้นแกรนิตโต้ พื้นลามิเนต หรือพื้นไวนิล บางครั้งยิ่งเห็นคราบชัดกว่าเดิม จนหลายคนสงสัยว่า “เราถูพื้นผิดวิธีหรือเปล่า?” หรือ “เป็นเพราะน้ำยาถูพื้นไม่ดี?”

จริง ๆ แล้วปัญหา ถูพื้นแล้วเป็นคราบ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่อาจมาจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งการใช้น้ำยามากเกินไป ผ้าม็อบสกปรก น้ำที่ใช้ถูไม่สะอาด พื้นยังมีฝุ่นหรือคราบมันอยู่ก่อนถู รวมถึงการเลือกไม้ถูพื้นที่ไม่เหมาะกับพื้นบ้าน

บทความนี้จะพาเช็กแบบละเอียดว่า ถูพื้นแล้วเป็นคราบเกิดจากอะไร ควรแก้ยังไง และถ้าอยากให้พื้นสะอาด ใส ไม่เหนียว ไม่ทิ้งรอยน้ำ ควรเลือกไม้ถูพื้น ผ้าม็อบ และน้ำยาถูพื้นแบบไหนให้เหมาะกับบ้านที่สุด

ถูพื้นแล้วเป็นคราบ คือคราบแบบไหน?

ก่อนแก้ปัญหา ต้องดูให้ได้ก่อนว่าคราบที่เกิดหลังถูพื้นเป็นคราบลักษณะไหน เพราะคราบแต่ละแบบมักมีสาเหตุไม่เหมือนกัน

ถ้าเป็น คราบขาว ๆ หรือรอยด่างหลังพื้นแห้ง มักเกิดจากน้ำยาถูพื้นเข้มข้นเกินไป ใช้น้ำยามากเกินปริมาณ หรือถูแล้วไม่ได้เช็ดคราบน้ำยาออกจนหมด

ถ้าเป็น พื้นเหนียวหลังถู มักเกิดจากน้ำยาถูพื้นตกค้าง ผ้าม็อบสกปรก หรือพื้นมีคราบมันสะสม เช่น คราบอาหาร คราบน้ำมันในครัว หรือคราบน้ำหวานที่ถูกถูซ้ำไปมาแต่ไม่ได้ถูกล้างออกจริง

ถ้าเป็น รอยน้ำเป็นทาง ๆ มักเกิดจากผ้าม็อบเปียกเกินไป รีดน้ำไม่พอ หรือใช้ผ้าที่ซับน้ำไม่ดี ทำให้น้ำกระจายบนพื้นมากเกิน พอแห้งจึงเห็นเป็นรอย

ถ้าเป็น คราบฝุ่นเทา ๆ หลังถู มักเกิดจากไม่ได้กวาดหรือดูดฝุ่นก่อนถู ทำให้ฝุ่น เส้นผม และสิ่งสกปรกถูกลากไปทั่วพื้นแทนที่จะถูกเก็บออก

พูดง่าย ๆ คือ การถูพื้นให้สะอาดไม่ใช่แค่ “เอาน้ำยาผสมน้ำแล้วถู” แต่ต้องดูทั้งสภาพพื้น ความสกปรกก่อนถู ปริมาณน้ำยา ความสะอาดของผ้าม็อบ และชนิดไม้ถูพื้นที่ใช้ด้วย

สาเหตุหลักที่ทำให้ถูพื้นแล้วเป็นคราบ

1. ใช้น้ำยาถูพื้นเยอะเกินไป

นี่เป็นสาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด หลายคนคิดว่าใส่น้ำยาเยอะ พื้นจะยิ่งสะอาดและหอม แต่ความจริงคือ ถ้าใส่มากเกินไป น้ำยาอาจตกค้างบนพื้น ทำให้เกิดคราบเหนียว คราบขุ่น หรือรอยด่างหลังพื้นแห้ง

โดยเฉพาะน้ำยาถูพื้นที่มีกลิ่นหอมแรง มีสารเคลือบเงา หรือสูตรเข้มข้น ถ้าไม่ผสมน้ำตามสัดส่วนที่เหมาะสม พื้นอาจดูเหมือนสะอาดตอนเปียก แต่พอแห้งแล้วจะเริ่มเห็นคราบเป็นปื้น ๆ

ทางแก้คือ อย่าเทน้ำยาตามความรู้สึก ควรผสมตามอัตราส่วนที่ระบุบนฉลาก ถ้าพื้นไม่ได้สกปรกมาก ใช้น้ำยาน้อยกว่าปริมาณสูงสุดที่แนะนำได้ และถ้าถูแล้วรู้สึกเหนียว ควรถูซ้ำด้วยน้ำสะอาดหมาด ๆ อีกหนึ่งรอบ

2. ผ้าม็อบสกปรกหรือมีคราบน้ำยาเก่าสะสม

ผ้าม็อบที่ดูเหมือนสะอาด ไม่ได้แปลว่าสะอาดจริงเสมอไป ถ้าใช้ซ้ำหลายครั้งโดยล้างไม่หมด หรือใช้เสร็จแล้วตากไม่แห้ง ผ้าม็อบอาจมีคราบน้ำยา คราบฝุ่น คราบมัน และกลิ่นอับสะสมอยู่

เมื่อเอาผ้าม็อบแบบนี้มาถูพื้น สิ่งสกปรกในผ้าก็จะกลับไปเคลือบพื้นอีกครั้ง ทำให้ถูเท่าไหร่พื้นก็ไม่ใส แถมบางครั้งยังมีกลิ่นอับติดพื้นด้วย

วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ ถ้าซักผ้าม็อบแล้วน้ำยังขุ่นมาก หรือผ้ามีกลิ่นแม้เพิ่งล้าง แปลว่าผ้าม็อบเริ่มสะสมคราบแล้ว ควรซักให้สะอาด ตากแดดหรือผึ่งลมให้แห้งสนิท และเปลี่ยนผ้าใหม่เมื่อผ้าเริ่มแข็ง ดำ มีกลิ่น หรือซับน้ำได้น้อยลง

3. ไม่กวาดหรือดูดฝุ่นก่อนถูพื้น

หลายคนอยากประหยัดเวลา เลยถูพื้นทันทีโดยไม่กวาดหรือดูดฝุ่นก่อน แต่ถ้าพื้นมีฝุ่น เส้นผม เศษดิน หรือขนสัตว์อยู่เยอะ การถูทันทีจะทำให้สิ่งสกปรกเหล่านั้นเปียกน้ำแล้วกระจายไปทั่วพื้น

ผลที่ตามมาคือ พื้นดูหม่น เป็นคราบเทา ๆ หรือมีเศษฝุ่นติดตามมุมห้องมากกว่าเดิม โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง บ้านใกล้ถนน หรือบ้านที่เปิดหน้าต่างรับฝุ่นบ่อย ๆ

ถ้าอยากให้พื้นสะอาดจริง ควรกวาดหรือดูดฝุ่นก่อนเสมอ แล้วค่อยถูพื้นตาม จะช่วยให้ผ้าม็อบไม่สกปรกเร็ว และลดโอกาสเกิดคราบหลังถูได้เยอะ

4. ผ้าม็อบเปียกเกินไป

ผ้าม็อบที่เปียกเกินไปไม่ได้ทำให้พื้นสะอาดขึ้นเสมอไป ตรงกันข้าม ถ้าน้ำเยอะเกิน พื้นจะแห้งช้า ทิ้งรอยน้ำง่าย และเสี่ยงทำให้พื้นบางประเภทเสียหาย เช่น พื้นลามิเนต พื้นไม้ หรือพื้นไวนิลบางรุ่น

พื้นกระเบื้องอาจทนน้ำได้มากกว่า แต่ถ้าผ้าม็อบเปียกเกินไป ก็ยังมีโอกาสเกิดรอยน้ำและคราบขุ่นหลังแห้งได้ โดยเฉพาะพื้นผิวมันวาวที่เห็นรอยง่าย

วิธีที่เหมาะคือ ใช้ผ้าม็อบแบบ “หมาด” ไม่ใช่เปียกชุ่ม ถ้าบิดหรือรีดน้ำแล้วยังมีน้ำหยดจากผ้าม็อบ แปลว่ายังเปียกเกินไป ควรรีดน้ำออกอีกก่อนถู

5. น้ำที่ใช้ถูพื้นสกปรกเกินไป

ถ้าใช้น้ำถังเดิมถูทั้งบ้าน โดยไม่เปลี่ยนน้ำเลย น้ำในถังจะเต็มไปด้วยฝุ่น คราบน้ำยา และสิ่งสกปรกที่ถูกซักออกจากผ้าม็อบ พอใช้ผ้าจุ่มน้ำเดิมแล้วถูต่อ ก็เหมือนเอาน้ำสกปรกกลับไปเคลือบพื้นซ้ำ

บ้านที่พื้นสกปรกมาก หรือมีพื้นที่กว้าง ควรเปลี่ยนน้ำระหว่างถู หรือใช้ถังที่แยกน้ำสะอาดกับน้ำสกปรก ถ้าเป็น Flat Mop แบบมีช่องซักและรีดน้ำ ควรล้างถังหลังใช้งานทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้น้ำสกปรกค้างอยู่ในถัง

6. พื้นมีคราบมันสะสมอยู่ก่อนแล้ว

คราบมันเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ถูพื้นแล้วเหนียว โดยเฉพาะบริเวณห้องครัว โต๊ะกินข้าว หน้าตู้เย็น หรือพื้นที่ที่มีการทำอาหารบ่อย ๆ

ถ้าใช้แค่น้ำเปล่าหรือน้ำยาถูพื้นทั่วไป บางครั้งอาจไม่สามารถละลายคราบมันได้หมด พอถูไปมา คราบมันจะกระจายเป็นฟิล์มบาง ๆ บนพื้น ทำให้พื้นเหนียวและดูหม่น

บริเวณที่มีคราบมันควรเช็ดเฉพาะจุดก่อน เช่น ใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นที่เหมาะกับคราบมัน หรือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ ก่อน แล้วค่อยถูพื้นทั้งห้องอีกครั้ง

7. ใช้น้ำยาผิดประเภทกับพื้น

พื้นแต่ละแบบไม่เหมาะกับน้ำยาเหมือนกันทั้งหมด พื้นกระเบื้องอาจใช้น้ำยาถูพื้นทั่วไปได้ง่าย แต่พื้นไม้ พื้นลามิเนต หรือพื้นไวนิลควรระวังน้ำยาแรงเกินไป น้ำยาที่มีสารเคลือบมากเกิน หรือการใช้น้ำเยอะเกินความจำเป็น

น้ำยาบางชนิดให้ความเงาช่วงแรก แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องโดยไม่ล้างคราบออก อาจเกิดคราบสะสม ทำให้พื้นดูขุ่น เหนียว หรือเป็นรอยเท้าได้ง่ายขึ้น

ดังนั้นก่อนเลือกน้ำยาถูพื้น ควรดูว่าระบุว่าใช้กับพื้นประเภทไหนได้บ้าง และควรหลีกเลี่ยงน้ำยาที่เข้มข้นหรือมีฤทธิ์แรงเกินไปหากใช้กับพื้นบอบบาง

เลือกไม้ถูพื้นยังไงให้ถูแล้วไม่เป็นคราบ

1. เลือกผ้าม็อบไมโครไฟเบอร์

ถ้าอยากลดปัญหาถูพื้นแล้วเป็นคราบ ผ้าม็อบไมโครไฟเบอร์เป็นตัวเลือกที่น่าใช้มาก เพราะเส้นใยละเอียดช่วยดักจับฝุ่น เส้นผม และคราบเล็ก ๆ ได้ดี ซับน้ำได้พอเหมาะ และถูพื้นให้แห้งไวกว่าไม้ถูพื้นผ้าธรรมดาหลายแบบ

ผ้าไมโครไฟเบอร์เหมาะกับพื้นเรียบ เช่น กระเบื้อง แกรนิตโต้ ลามิเนต ไวนิล และพื้นไม้ที่ต้องถูแบบหมาด ๆ ถ้าใช้คู่กับไม้ถูพื้นแบบแบน จะช่วยให้ถูได้ทั่วถึงและลดรอยน้ำเป็นทางได้ดี

2. เลือกไม้ถูพื้นที่รีดน้ำได้ดี

ระบบรีดน้ำสำคัญมาก เพราะถ้าผ้าม็อบยังเปียกเกินไป พื้นจะเกิดคราบง่าย ควรเลือกไม้ถูพื้นที่สามารถรีดน้ำให้ผ้าหมาดได้จริง ไม่ใช่แค่บีบพอผ่าน ๆ

ไม้ถูพื้นที่เหมาะกับการลดคราบ ได้แก่

ถ้าบ้านเป็นพื้นมันวาวหรือพื้นลามิเนต แนะนำให้เลือก Flat Mop หรือ Spray Mop ที่ควบคุมปริมาณน้ำได้ง่าย เพราะพื้นกลุ่มนี้เห็นคราบน้ำและรอยด่างได้ชัดกว่าพื้นผิวด้าน

3. เลือกหัวม็อบที่ถอดซักง่าย

หัวม็อบที่ถอดซักง่ายจะช่วยให้ดูแลความสะอาดได้ดีกว่า ถ้าผ้าม็อบติดกับด้ามแบบถอดยาก หรือซักไม่สะดวก สุดท้ายผู้ใช้มักล้างแบบผ่าน ๆ ทำให้คราบสะสมในผ้าเร็วขึ้น

ควรเลือกแบบที่ถอดผ้าออกมาซักได้ ตากได้ง่าย และมีผ้าเปลี่ยนขายแยก เพราะเมื่อผ้าม็อบเริ่มเสื่อม การเปลี่ยนเฉพาะผ้าจะคุ้มกว่าซื้อใหม่ทั้งชุด

4. เลือกขนาดหัวม็อบให้เหมาะกับพื้นที่

หัวม็อบกว้างช่วยถูพื้นที่โล่งได้เร็ว แต่ถ้าบ้านมีเฟอร์นิเจอร์เยอะ หัวใหญ่เกินไปอาจเข้าซอกยาก ทำให้มุมห้องหรือใต้โต๊ะสะสมฝุ่นจนเกิดคราบภายหลัง

บ้านทั่วไปหรือคอนโดควรเลือกหัวม็อบที่กว้างพอดี หมุนได้ และสอดเข้าใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ส่วนบ้านพื้นที่กว้างมากอาจเลือก Spin Mop หรือ Flat Mop หัวกว้างขึ้น เพื่อประหยัดเวลา

เลือกน้ำยาถูพื้นยังไงให้พื้นใส ไม่เหนียว

1. เลือกน้ำยาให้เหมาะกับประเภทพื้น

พื้นกระเบื้องทั่วไปใช้น้ำยาถูพื้นอเนกประสงค์ได้ แต่ถ้าเป็นพื้นลามิเนต พื้นไม้ หรือพื้นไวนิล ควรเลือกน้ำยาที่ระบุว่าเหมาะกับพื้นประเภทนั้น ๆ และควรใช้ในปริมาณน้อย ไม่ถูเปียกชุ่ม

สำหรับพื้นมันวาว เช่น แกรนิตโต้หรือกระเบื้องผิวเงา ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาที่ทิ้งฟิล์มหนาเกินไป เพราะอาจทำให้พื้นดูขุ่นหรือเป็นรอยเท้าง่าย

2. อย่าเลือกจากกลิ่นหอมอย่างเดียว

น้ำยาถูพื้นที่หอมมากไม่ได้แปลว่าสะอาดกว่าเสมอไป บางสูตรมีกลิ่นแรงหรือมีสารเคลือบที่ถ้าใช้มากเกินไปอาจทำให้พื้นเหนียวได้ ควรเลือกจากความเหมาะกับพื้น ความเข้มข้น และวิธีใช้มากกว่ากลิ่นอย่างเดียว

ถ้าอยากให้บ้านหอม ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และระบายอากาศหลังถูพื้น แทนการใส่น้ำยาเยอะ ๆ เพื่อหวังให้กลิ่นติดนาน

3. ผสมน้ำยาตามสัดส่วน ไม่เทกะเอง

จุดนี้สำคัญมาก น้ำยาถูพื้นส่วนใหญ่ต้องผสมน้ำก่อนใช้ ถ้าเทเยอะเกินไปจะเกิดคราบตกค้างได้ง่าย โดยเฉพาะบนพื้นสีเข้ม พื้นมันเงา หรือพื้นเรียบที่สะท้อนแสง

ถ้าไม่แน่ใจ ควรเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน ถ้าพื้นยังมีกลิ่นหรือยังไม่สะอาดค่อยปรับเพิ่มเล็กน้อย ไม่ควรเทน้ำยาเข้มข้นลงพื้นโดยตรง ยกเว้นผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้แบบนั้นได้

4. ถ้าพื้นเหนียว ให้ถูน้ำสะอาดซ้ำ

ถ้าถูพื้นแล้วรู้สึกเหนียวเท้า อย่าเพิ่งเติมน้ำยาเพิ่ม เพราะอาจทำให้เหนียวกว่าเดิม ให้เปลี่ยนเป็นถูด้วยน้ำสะอาดหมาด ๆ 1–2 รอบ เพื่อชะล้างคราบน้ำยาที่ตกค้างออก

ถ้าพื้นเหนียวจากคราบมัน ควรเช็ดจุดนั้นด้วยน้ำยาที่จัดการคราบมันได้ก่อน แล้วค่อยถูพื้นรวมอีกครั้ง

วิธีถูพื้นให้ไม่เป็นคราบ แบบทำตามได้จริง

เริ่มจากเก็บของบนพื้น กวาดหรือดูดฝุ่นก่อน โดยเฉพาะเส้นผม ขนสัตว์ เศษฝุ่น และเศษดิน เพราะถ้าถูทันที สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นคราบเปียกและกระจายไปทั่วพื้น

จากนั้นผสมน้ำยาถูพื้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม ใช้ผ้าม็อบที่สะอาดและรีดน้ำให้หมาด ไม่ควรถูด้วยผ้าที่เปียกจนมีน้ำหยด ถูจากด้านในห้องออกมาทางประตู เพื่อไม่ต้องเดินเหยียบพื้นที่ถูแล้วซ้ำไปมา

ถ้าพื้นสกปรกมาก ควรซักผ้าม็อบระหว่างถู ไม่ใช่ใช้ผืนเดียวถูทั้งบ้านจนผ้าดำ ถ้าน้ำในถังเริ่มขุ่น ควรเปลี่ยนน้ำใหม่ทันที

หลังถูเสร็จ ถ้าเป็นพื้นมันวาวหรือพื้นที่เห็นรอยง่าย อาจใช้ผ้าม็อบสะอาดชุบน้ำเปล่าหมาด ๆ ถูซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บคราบน้ำยาที่เหลือ จากนั้นเปิดพัดลมหรือเปิดหน้าต่างให้พื้นแห้งเร็วขึ้

ถูพื้นแล้วเหนียว แก้ยังไง?

ถ้าถูพื้นแล้วเหนียว ให้สันนิษฐานก่อนว่าอาจมีน้ำยาตกค้างหรือพื้นมีคราบมันสะสม วิธีแก้คือเปลี่ยนน้ำสะอาดใหม่ ใช้ผ้าม็อบสะอาดถูซ้ำแบบหมาด ๆ โดยไม่เติมน้ำยา ถ้ายังเหนียวอยู่ ให้เช็ดเฉพาะจุดด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะกับคราบมัน แล้วถูน้ำสะอาดซ้ำอีกครั้ง

หลังจากนั้นควรลดปริมาณน้ำยาลงในการถูครั้งต่อไป และหมั่นซักผ้าม็อบให้สะอาด เพราะถ้าผ้าม็อบมีคราบน้ำยาเก่าสะสม ต่อให้ผสมน้ำยาน้อยลง พื้นก็ยังมีโอกาสเหนียวได้อยู่

ถูพื้นแล้วเป็นคราบขาว แก้ยังไง?

คราบขาวหลังถูพื้นมักเกิดจากน้ำยาตกค้าง น้ำกระด้าง หรือคราบฝุ่นที่ละลายกับน้ำแล้วแห้งเป็นรอย วิธีแก้เบื้องต้นคือใช้ผ้าม็อบสะอาดชุบน้ำเปล่าหมาด ๆ ถูซ้ำ ถ้ายังเห็นคราบ ให้เปลี่ยนน้ำใหม่และถูซ้ำเฉพาะบริเวณที่เป็นคราบ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือเติมน้ำยาเพิ่ม เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดคราบตกค้าง ควรเน้นล้างคราบเดิมออกก่อน แล้วครั้งต่อไปใช้ปริมาณน้ำยาน้อยลง

ถูพื้นแล้วเป็นรอยเท้า เกิดจากอะไร?

พื้นเป็นรอยเท้าหลังถูมักเกิดจากพื้นยังไม่แห้งสนิทแล้วมีคนเดินผ่าน หรือมีคราบน้ำยาเคลือบอยู่บนพื้น ทำให้เวลาเหยียบแล้วเกิดรอยชัด โดยเฉพาะพื้นเงาและพื้นสีเข้ม

วิธีแก้คือหลังถูควรปล่อยให้พื้นแห้งก่อนเดินผ่าน และถ้าพื้นเป็นรอยง่ายมาก ควรถูซ้ำด้วยน้ำสะอาดหมาด ๆ เพื่อลดคราบน้ำยาที่ตกค้าง

ควรเปลี่ยนผ้าม็อบเมื่อไหร่?

ผ้าม็อบไม่ควรใช้จนพังแล้วค่อยเปลี่ยน เพราะผ้าที่เสื่อมจะทำให้ถูพื้นไม่สะอาดและเกิดคราบง่ายขึ้น สัญญาณที่ควรเปลี่ยนผ้าม็อบ ได้แก่

  • ซักแล้วผ้ายังมีกลิ่นอับ
  • ผ้าเริ่มแข็งหรือสาก
  • ซับน้ำได้น้อยลง
  • ถูแล้วทิ้งขุยหรือคราบ
  • สีผ้าดำคล้ำและซักไม่ออก
  • แถบยึดหรือขอบผ้าเริ่มหลุด

ถ้าใช้ไม้ถูพื้นบ่อย ควรมีผ้าสำรองมากกว่า 1 ผืน เพื่อสลับใช้และซักตากให้แห้งสนิท จะช่วยลดกลิ่นอับและยืดอายุผ้าม็อบได้ดี

ถูพื้นยังไงให้พื้นใส ไม่เหนียว ไม่ทิ้งคราบ

ถูพื้นแล้วเป็นคราบมักไม่ได้เกิดจากพื้นสกปรกอย่างเดียว แต่เกิดจากการใช้น้ำยามากเกินไป ผ้าม็อบไม่สะอาด ผ้าเปียกเกินไป ไม่กวาดฝุ่นก่อนถู หรือเลือกไม้ถูพื้นไม่เหมาะกับพื้นบ้าน

ถ้าอยากให้พื้นสะอาดใสและไม่เหนียว ควรเริ่มจากการกวาดหรือดูดฝุ่นก่อน ใช้น้ำยาถูพื้นในปริมาณที่พอดี เลือกผ้าม็อบไมโครไฟเบอร์ รีดน้ำให้หมาด และซักผ้าม็อบระหว่างถูถ้าพื้นสกปรกมาก

สำหรับบ้านทั่วไป ไม้ถูพื้นที่เหมาะกับการลดคราบคือ Flat Mop ไมโครไฟเบอร์แบบรีดน้ำได้ดี เพราะควบคุมความเปียกง่าย ถูพื้นเรียบได้ทั่วถึง และช่วยลดรอยน้ำได้ดี ส่วนบ้านพื้นที่กว้างอาจเลือก Spin Mop ที่ปั่นน้ำออกได้ดี และคอนโดหรือห้องเล็กอาจใช้ Spray Mop สำหรับถูประจำวัน

สุดท้ายแล้ว พื้นจะใสหรือเป็นคราบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำยาถูพื้นอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะ ใช้ในปริมาณพอดี และดูแลผ้าม็อบให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้าทำครบตามนี้ งานถูพื้นจะเบาลงเยอะ และพื้นบ้านจะดูสะอาดขึ้นแบบเห็นได้จริง

What do you think?

Comments

Comments

Loading…

0

Written by Simon Harper

THE TECHNOLOGY IS ONE

สวิตช์ไฟ

ต่อสวิตช์ไฟผิดอันตรายไหม? จุดผิดพลาดที่มือใหม่ควรรู้ก่อนทำเอง