ขณะกำลังเจาะรูเพื่อติดตั้งรางสายไฟบนเพดาน ช่างคนหนึ่งสวม แว่นเซฟตี้ ตามปกติ เขามั่นใจว่าดวงตาได้รับการป้องกันแล้ว เพราะเลนส์ครอบคลุมบริเวณด้านหน้าและด้านข้างพอสมควร แต่เมื่อดอกสว่านเริ่มเจาะคอนกรีต ผงปูนกลับร่วงผ่านช่องว่างใต้ขอบแว่นจนเข้าตา ทำให้ต้องรีบหยุดงานและลงจากบันได
เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่า แว่นเซฟตี้ ไม่มีประโยชน์ แต่แสดงให้เห็นว่าการป้องกันดวงตาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเลนส์เพียงอย่างเดียว เพราะทิศทางของเศษวัสดุและช่องว่างระหว่างแว่นกับใบหน้ามีผลอย่างมากต่อความปลอดภัย
ช่างหลายคนเลือก รองเท้าเซฟตี้ จากความใสของเลนส์ ความเบา หรือความสวยงาม แต่กลับไม่ได้พิจารณาว่าเศษวัสดุจากงานที่ทำจะเคลื่อนที่เข้าหาดวงตาจากทางไหน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำความเข้าใจก่อนเริ่มงาน
ทำไมสวม แว่นเซฟตี้ แล้ว ยังมีโอกาสที่ฝุ่นจะเข้าตา?
แว่นเซฟตี้ แบบทั่วไปถูกออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันอันตรายจากเศษวัสดุที่กระเด็นเข้าสู่ดวงตา แต่ไม่ได้ปิดผนึกพื้นที่รอบดวงตาเหมือนแว่นครอบตาบางประเภท บริเวณใต้เลนส์ ข้างสันจมูก และเหนือกรอบแว่นจึงอาจมีช่องว่างซึ่งทำให้อนุภาคขนาดเล็กเคลื่อนผ่านได้ โดยเฉพาะเมื่อมีลมจากเครื่องมือหรือระบบระบายอากาศพัดพาฝุ่นเข้ามา
ข้อมูลจาก NIOSH ของสหรัฐอเมริการะบุว่า ในแต่ละวันมีคนทำงานประมาณ 2,000 คนได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาจากการทำงานจนต้องรับการรักษาทางการแพทย์ โดยสาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับอนุภาคขนาดเล็ก เช่น เศษโลหะ ฝุ่นปูน และเศษไม้ที่กระเด็นหรือปลิวเข้าสู่ดวงตา
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าการบาดเจ็บไม่ได้จำเป็นต้องเกิดจากวัตถุขนาดใหญ่หรืออุบัติเหตุรุนแรงเสมอไป แต่เศษวัสดุเล็ก ๆ ก็อาจสร้างความเสียหายต่อดวงตาได้

ช่องว่างด้านข้างที่มองไม่เห็นจากด้านหน้า
รองเท้าเซฟตี้ ที่ดูครอบคลุมดวงตาเมื่อมองจากด้านหน้า อาจมีช่องว่างด้านข้างค่อนข้างมากเมื่อมองจากมุมเฉียง ยิ่งผู้สวมมีรูปหน้าแคบหรือขาแว่นไม่กระชับ ช่องว่างนี้อาจมากขึ้น และเปิดโอกาสให้เศษวัสดุที่กระเด็นจากด้านข้างเข้าสู่ดวงตา มาตรฐาน OSHA 29 CFR 1910.133 ของสหรัฐอเมริกาจึงกำหนดให้มีการป้องกันด้านข้างเมื่อมีความเสี่ยงจากวัตถุกระเด็น โดยสามารถใช้แว่นที่มีส่วนป้องกันด้านข้างหรืออุปกรณ์ที่ผ่านข้อกำหนดเกี่ยวข้อง
ช่องว่างด้านล่าง เมื่อทำงานเหนือศีรษะ
การเจาะเพดาน การติดตั้งโครงฝ้า และการสกัดคอนกรีตเหนือระดับศีรษะ มีลักษณะอันตรายต่างจากการตัดชิ้นงานบนโต๊ะ เศษวัสดุอาจตกลงมาจากด้านบน และเคลื่อนเข้าสู่ช่องว่างระหว่างขอบเลนส์กับแก้มของผู้สวม แม้แว่นจะป้องกันสะเก็ดที่พุ่งมาด้านหน้าได้ดี แต่ก็ไม่ควรสรุปว่าจะป้องกันฝุ่นที่ร่วงจากทุกทิศทางได้ทั้งหมด
ช่องระบายอากาศบนแว่นครอบตา มีผลต่อการป้องกันฝุ่นหรือไม่?
มีผล เพราะการระบายอากาศและการปิดกั้นอนุภาคเป็นคุณสมบัติที่ต้องออกแบบให้สมดุลกัน แว่นครอบตาที่มีช่องระบายอากาศโดยตรงอาจช่วยลดความร้อนและฝ้าได้ดีในบางสภาพงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับการป้องกันละอองสารเคมีหรือฝุ่นทุกขนาด
สำหรับงานที่มีฝุ่นละเอียดสะสมมาก ควรเลือกรุ่นที่มีการระบุว่าป้องกันฝุ่นชนิดนั้นได้ และตรวจว่าแว่นแนบสนิทกับใบหน้าอย่างเหมาะสม หากสวมแว่นครอบตาทับแว่นสายตา ต้องตรวจว่ากรอบแว่นสายตาไม่ขัดขวางการแนบของขอบซีล

เลือกแบรนด์ แว่นเซฟตี้ อย่างไรให้เหมาะกับงานจริง?
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ iTOOLMART มีจำหน่าย แบรนด์ DEWALT มีแว่นนิรภัยสำหรับงานช่าง เช่น รุ่น Crosscut ที่เหมาะสำหรับนำมาพิจารณาในงานทั่วไปซึ่งต้องการแว่นแบบขาแว่น โดยต้องตรวจการรับรองของรุ่นนั้นให้ตรงกับความเสี่ยง
ขณะที่ Dräger มีผลิตภัณฑ์กลุ่ม X-pect ทั้งแบบขาแว่นและแบบครอบตา เช่น X-pect 4400 และ X-pect 8510 ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประเมินการป้องกันรอบดวงตาเพิ่มเติม
ส่วน TRUSCO มีผลิตภัณฑ์แว่นนิรภัยหลายรูปแบบ รวมถึงรุ่นที่เน้นการป้องกันฝุ่นหรือละออง ผู้ใช้งานจึงสามารถเปรียบเทียบลักษณะของเลนส์ กรอบ และคุณสมบัติการป้องกันตามรายละเอียดของแต่ละรุ่นได้
สิ่งที่ควรจำคือ ชื่อแบรนด์ไม่ได้รับประกันว่าแว่นทุกรุ่นจะเหมาะกับทุกงาน การเลือกต้องเริ่มจากอันตรายที่ต้องป้องกันก่อนเสมอ
สรุป
การสวม แว่นเซฟตี้ เป็นเรื่องสำคัญ แต่การเลือกแว่นให้เหมาะกับทิศทางของฝุ่นและสะเก็ดวัสดุสำคัญไม่แพ้กัน เพราะแว่นบางประเภทออกแบบเพื่อป้องกันการกระแทกจากด้านหน้าและด้านข้าง ขณะที่งานฝุ่นละเอียดหรือการทำงานเหนือศีรษะอาจต้องการอุปกรณ์ที่ปกป้องรอบดวงตามากขึ้น
ก่อนเริ่มงานจึงควรประเมินทั้งลักษณะเครื่องมือ ทิศทางการเคลื่อนที่ของเศษวัสดุ ความกระชับของแว่น และมาตรฐานการป้องกัน เพื่อไม่ให้ช่องว่างเพียงเล็กน้อยกลายเป็นจุดเสี่ยงที่มองข้ามไป
แล้วในงานที่คุณทำเป็นประจำ เคยเจอฝุ่นหรือเศษวัสดุเข้าตาทั้งที่สวมแว่นเซฟตี้อยู่หรือไม่ และเกิดขึ้นระหว่างใช้งานเครื่องมือชนิดไหน?

Comments